วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สุดยอดโรงเเรมน้ำแข็ง



โรงแรมน้ำแข็ง Alta Igloo

โรงแรมน้ำแข็ง Alta Igloo ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคแลพแล็นด ของประเทศนอร์เวย์ โดยราคาเข้าพักจะอยู่ที่ 300 $ ต่อคน/คืน รวมค่าอาหารและค่านำเที่ยว

     และอันดับที่ 2 ก็คงจะเป็น โรงแรม Jukkasjarvi คือโรงแรมน้ำแข็งแรกของโลก ซึ่งสร้างขึ้นใกล้ๆกับ หมู่บ้าน Jukkasjarvi ที่ห่างจาก Kiruna , ประเทศสวีเดน ประมาณ 17 กิโลเมตร 



โรงแรม Jukkasjarvi 

ซึ่งภายในโรงแรมประกอบไปด้วย บาร์ , โบสถ์ , โถงกลาง , พื้นที่ต้อนรับ , ห้องพักเดียว และห้องชุด ที่รองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 100 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาพักจะต้องนั่ง นอน บนเก้าอี้น้ำแข็ง เตียงน้ำแข็ง และต้องนอนในถุงนอน รองด้วยหนังกวางเรนเดียร์ 



โรงแรมน้ำแข็ง Chapel 

 ต่อมาเป็นอัมนดับที่ 3 คือ โรงแรมน้ำแข็ง Chapel โดยโรงแรมแห่งนี้อยู่ใกล้ๆกับเขตควิเบก ประเทศแคนาดา โดยภายในโรงแรมมี 85 ห้อง, 13 ห้องสวีท, โรงภาพยนตร์, หอศิลป์, ผับ, ไอซ์เลานจ์ และอื่นๆอีกมาก 



กระท่อมน้ำแข็ง Dorf 

อันดับที่ 4 กระท่อมน้ำแข็ง Dorf อีกหนึ่งที่พักที่มีรูปแบบที่ค่อนข้างแตกต่าง เนื่องจากเป็นโรงแรมน้ำแข็งที่สร้างขึ้นในรูปแบบของหมู่บ้านเล็กๆที่ประกอบไปด้วยกระท่อมน้ำแข็งแสนโรแมนติก โดยโรงแรมแบบนี้ส่วนใหญ่จะพบในสวิสและเยอรมัน ภายในมีซาวน่าและบาร์ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว 



พิพิธภัณฑ์น้ำแข็งออโรร่า 

และสุดท้ายอันดับ 5 พิพิธภัณฑ์น้ำแข็งออโรร่า ตั้งอยู่ในในรัฐอลาสก้า ประเทศสหรัฐอเมริกาแห่ง โดย พิพิธภัณฑ์น้ำแข็งแห่งนี้ได้ประยุกต์ให้เป็นโรงแรมเพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสกับความงดงามท่ามกลางความ หนาวเหน็บอย่างแท้จริง ภายในโรงแรมจะตกแต่งไปด้วยผลงานน้ำแข็งแกะสลักของ สตีฟ ไบรซ์ ซึ่งเป็นแชมป์แกะสลักน้ำแข็งอีกด้วย

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

แปะก๊วย คืออะไรกันนะ?

แปะก๊วย (อังกฤษ : Ginkgo) เป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดจากทางตะวันออกของประเทศจีน (แถบภูเขาด้านตะวันตกของนครเซี่ยงไฮ้) ใบมีลักษณะคล้ายใบพัด แปะก๊วยเป็นพืชที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 270 ล้านปีก่อน ถือกำเนิดขึ้นในยุคเพอร์เมียน เมื่อประมาณ 290 ล้านปีมาแล้ว และมีชีวิตต่อมาในมหายุคมีโซโซอิก ในสมัยเดียวกับไดโนเสาร์ จึงเป็นอาหารของไดโนเสาร์กินพืช สำหรับชื่อตามความหมายแปลว่า "ลูกไม้สีเงิน" ซึ่งดั้งเดิม ในภาษาจีนเรียกว่าต้น "หยาเจียว" ซึ่งแปลว่า ตีนเป็ด จากลักษณะใบ (นกเป็ดน้ำเป็นสัญลักษณ์ดีหมายถึงความรักของในจีน และในญี่ปุ่น) ต่อมามีการเรียกชื่อผลของมันว่าลูกไม้สีเงิน หรือ ลูกไม้สีขาว เนื่องจากผลจะมีสีเงิน และ สีขาวส่วนภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า อิโจว มีรากจากคำว่าตีนเป็ด หรือ คินนัน ซึ่งมีรากความหมายคล้ายกับในภาษาจีนคือลูกไม้สีเงิน สำหรับในภาษาอังกฤษก็นิยมเรียกว่า กิงโกะ หรือ ต้นเมเดนแฮร์ หรือ ต้นขนนิ่ม (maidenhair tree) ซึ่งสันนิฐานว่ามาจากรูปทรงของใบที่เหมือนกันใบของเฟิร์นที่มีขนนิ่มชื่อเดียวกัน หรือ เรียกว่า ต้นสี่สิบมงกุฏทอง (หมายถึงว่ามีราคาแพง) ของชาวฝรั่งเศส ส่วนชื่ออื่น ๆ ที่มีผู้เรียกได้แก่ ต้นไม้แห่งความหวัง แพนด้าแห่งอาณาจักรพืช ต้นไม้อิสรภาพ 


ในแวดวงการแพทย์นั้นมีพืชสมุนไพรจากธรรมชาติที่มีสรรพคุณนำไปใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆได้อยู่หลากหลายชนิด ซึ่งชื่อของ ใบแปะก๊วย คือ หนึ่งในสมุนไพรสำคัญที่มากไปด้วยสรรพคุณทางยา และได้รับการยอมรับมาช้านาน โดยเชื่อกันว่ามันเป็นยาอายุวัฒนะ 



สรรพคุณที่ได้จากใบแป๊ะก๋วย
1.แปะก๊วย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ginkgo flavoneglycosides ลักษณะใบของมันจะแยกเป็นแฉกคล้ายกังหันลม เมื่อนำมาสกัดด้วยตัวทำละลายพบว่ามีสารสกัดสำคัญ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มฟลาโวน (Flavonoids) ทำหน้าที่ต้านการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง ส่วนที่เหลืออีกสองกลุ่มเป็นน้ำมันจากใบแปะก๊วย คือ bilobalides และ ginkgolides สารทั้งสองตัวนี้มีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย คือ ป้องกันโรคความจำเสื่อม (โรคสมองฝ่อ) โดยเป็นตัวเสริมสร้างการ ส่งสัญญาณในระบบสมอง ช่วยระบบหมุนเวียนเลือดให้ดีขึ้น ช่วยป้องกันการเกิดแผลเรื้องรังโดยเฉพาะในกลุ่มของคนที่เป็นโรค เบาหวาน และช่วยบรรเทาอาการชาตามปลายนิ้วมือและเท้าได้ นอกจากนี้ยังสามารถออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในบริเวณตา ป้องกันการ เกิดโรคเบาหวานขึ้นตาได้

2.สารที่สกัดได้จากใบแปะก๊วยมีหลายชนิดที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Free radical) ในบริเวณตา ป้องกันจอตาเสื่อมจากเบาหวานหรือ "ภาวะเบาหวานขึ้นตา" จากการทดลองพบว่าหากให้ผู้ป่วยเบาหวาน และมีอาการทางตา เช่น การรับสีผิดเพี้ยนไป กินสารสกัดแปะก๊วยนาน 6 เดือน ปัญหาการมองเห็นสีดีขึ้น

3.ใบแปะก๊วยยังทำหน้าที่ป้องกันสารอนุมูลอิสระช่วยบรรเทาโรค ลดภาวะต่างๆที่มักพบได้ในคนชรา มีประโยชน์ในการรักษาโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ รวมทั้งอาการปวดท้องก่อนมีประจำเดือน และภาวะหลังหมดประจำเดือนอีกด้วย เกี่ยวกับภาวะบกพร่องของสมองในส่วนซีรีบรัมนั้น ในประเทศเยอรมนีมีการนำสารสกัดจากใบแปะก๊วยที่เรียกว่า กิงโกไบโลบา มาใช้บำรุงผู้ป่วยที่บกพร่องในโรคนี้ ซึ่งในปี 1980

4.มีการทดลองกับผู้ป่วยที่มีอาการบกพร่องเรื้อรังของสมองส่วนซีรีบรัมและหลอดเลือดพบว่า ใบแปะก๊วยช่วยให้มีการพัฒนาการทางความจำ ความคิด นอนหลับได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์นั้นในสหรัฐอเมริกาใบแปะก๊วยก็ถูกใช้อย่างกว้างขวางเพื่อเป็นยารักษาอาการดังกล่าวโดยมีการทดลองในปี 1994 ทดลองให้ใบแปะก๊วยกับกลุ่มผู้ป่วยอัลไซเมอร์ พบว่าผู้ป่วยมีความจำและสมาธิได้ดีขึ้น

5.สำหรับผู้ป่วยที่มีสภาวะทางจิตก็พบว่ามีความจำและสมาธิดีขึ้นเช่นกันเมื่อรับประทานใบแปะก๊วยเข้าไป นอกจากนี้ผู้ที่มีปัญหากาเกี่ยวกับดวงตา ใบแปะก๊วยก็ยังช่วยให้มีความเร็วในการตอบสนองทางดวงตามากขึ้น โรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปรกติของเส้นเลือดดำนั้น มีการทดลองขึ้นในปี 1998 โดยให้ผู้มีอาการปวดหลังจากการเดิน รับประทานแล้วพบว่าใบแปะก๊วยมีส่วนช่วยลดอาการปวดได้จริง ทั้งยังทำให้เดินได้มรระยะทางไกลขึ้นอีกด้วย รวมไปถึงยังมีการทดลองพบว่าใบแปะก๊วยช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดเพื่อเข้าไปเลี้ยงแขนขาได้ดีขึ้นอย่างมาก

6.ส่วนที่เกี่ยวกับสภาวะการหายใจนั้น ในปี 1996 ได้มีการทดลองพบว่าใบแปะก๊วยมีประสิทธิภาพช่วยป้องกันผู้ที่มีอาการ AMS (Asthma & Acute Mountain Sickness) หรือภาวการณ์ผิดปรกติของการหายใจขณะขึ้นสู่ที่สูงได้ ส่วนคนในกลุ่มคนที่ประสบปัญหาหูอื้ออยู่เป็นประจำ การรับประทานอาหารใบแปะก๊วยยังช่วยลดภาวะหูอื้อลงได้อีกด้วย



สรรพคุณจากเมล็ดแป๊ะก๋วย
เนื้อในเมล็ดแปะก๊วย ประกอบด้วยไขมัน แป้ง โปรตีน และน้ำตาล มีรสหวานอมขมอมฝาด ช่วยบำรุงปอด แก้ไอ แก้หอบ ขับเสมหะ ลดปัสสาวะ ฆ่าเชื่อโรค บำบัดอาการวิงเวียนศีรษะ หูอื้อ หลอดลมอักเสบ ตกขาว หนองใน แปะก๊วยสด ช่วยลดเสมหะ แก้พิษ ฆ่าพยาธิ ถ้านำมาโขลกทาบนใบหน้าและมือ ช่วยขจัดรอยเหี่ยวย่น รักษาอาการหืดได้ และเม็ดแป๊ะก๋วยก็สามารถนำมาใช้ในการประกอบอาหาร หรือทำขนมหวานต่างๆ ได้อีกด้วย 





macaron

ขนมมาการอง (Macaron) เป็นขนมหวานที่มีต้นกำเนิดจากประเทศฝรั่งเศส มีส่วนประกอบหลักของ Almond น้ำตาล และไข่ขาว มีลักษณะคล้ายคุ้กกี้ชิ้นเล็กสองอันประกบกันมีไส้ตรงกลาง มีสีสันสดใส กรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ตรงกลางด้วยกานาช (Ganache) มีหลายรสชาติ เช่น ช็อกโกแลต สตรอเบอร์ รี่ วานิลลา อัลมอนด์ หรือผลไม้ตามฤดูกาล เป็นต้น และมักนิยมทานคู่กับชา หรือ กาแฟ



มาการอง เป็นที่รู้จักครั้งแรกในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สมัยนั้นข้าวยากหมากแพง เนื้อสัตว์ โปรตีนไม่มีให้รับประทานมากมายนัก เหล่าแม่ชีชาวอิตาเลียนที่อพยพมายังประเทศฝรั่งเศสจึงดำรงชีพอยู่ด้วยอัลมอนด์ เพราะมีคุณค่าทางอาหารไม่แพ้เนื้อสัตว์ โดยนำมาประกอบเป็นอาหารหรือขนมหลายประเภท หนึ่งในนั้นคือ ขนมจากอัลมอนด์ ซึ่งต่อมากลายเป็นของหวานที่ชาวฝรั่งเศสชื่นชอบมาจนถึงปัจจุบัน

สเน่ห์ของมาการองไม่ได้อยู่ที่สีสันสดใสเท่านั้น ว่ากันว่ามาการองที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่รูปร่างคล้ายกับโดมแบน ๆ มองดูจากด้านบนเป็นวงกลม ผิวด้านบนของขนมเรียบมันจากความละเอียดของอัลมอนด์บด ส่วนที่สำคัญคือ “Foot” บางตำราเรียก”Skirt” รอยหยักคล้ายลูกไม้ชายกระโปรงที่บางกรอบ ซึ่งมีวิธีการทำที่ยุ่งยากพอควร อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ กลิ่นหอมหวาน เคล็ดลับอยู่ที่หลังจากนำมาการอง 2 ชิ้นมาประกบกันแล้ว ต้องเก็บไว้ในที่เย็น 1 คืน เพื่อให้ไส้รสชาติต่าง ๆ ซึมซาบเข้าสู่ชั้นของคุกกี้ นอกจากนี้ความชื้นจากไส้ยังทำให้มากาฮองมีความนุ่มหนึบเวลาเคี้ยวอีกด้วย

คุณลักษณะของมาการองที่ดี จะต้องมีรสชาติที่ผสานกันอย่างลงตัวระหว่างไส้กานาชและเนื้อคุกกี้ ส่วนสูงที่สมดุลของตัวคุกกี้ชิ้นบนและล่างที่มีขนาดเท่า ๆ กัน รวมทั้งไส้ที่บีบพอดีขอบให้เห็นเป็นเส้นเล็ก ๆ ตลอดทั้งชิ้น



ส่วน มาการูน (Macaroon) คือขนมที่ชาวอเมริกันดัดแปลงจากมากาฮองของประเทศฝรั่งเศสโดยใช้มะพร้าวป่น แทนอัลมอนด์บด ทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกาเรียกขนมชนิดนี้ว่า “Coconut Macaroon” นิยมจุ่มลงในซอสช็อกโกแลตก่อนรับประทาน แต่ในศตวรรษที่ 20 ของหวานสไตล์ฝรั่งเศส เริ่มเข้ามามีอิทธิพลในประเทศสหรัฐอเมริกา มาการูน จึงได้รับความนิยมน้อยลง บวกกับมะพร้าวหาได้ยากและมีราคาแพง ร้านขนมต่าง ๆ จึงหันมาใช้อัลมอนด์บดเหมือนมากาฮอง อันเป็นที่มาของความสับสนระหว่าง 2 คำนี้

**ใน ประเทศอังกฤษ ยังเรียก “Macaron” ว่า “Macaroon” เนื่องจากเป็นที่รู้จักและมีความเป็นสากลมากกว่า**

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อาหารที่ขึ้นชื่อของฝรั่งเศส
1.ฟัวกราส์ เป็นอาหารชั้นดีของฝรั่งเศสซึ่งทำมาจากตับห่าน ที่ถูกเลี้ยงให้อ้วนด้วยการยัดอาหารจนเกินอิ่ม ทำให้ได้ตับห่านที่ได้มีขนาดใหญ่กว่าตับห่านปกติถึง 5 เท่า ด้วยภาวะไขมันล้นตับ ฟัวกราที่มีคุณภาพดีจะให้เนื้อตับที่แน่นเนียนละเอียด ให้รสชาตินุ่มลิ้นละลายในปาก  


2.ขนมปังฝรั่งเศส (บาแก็ต) ขนมปังมีลักษณะรูปทรงเป็นแท่งยาว  ด้านนอกจะแข็งแต่เนื้อด้านในจะนุ่มเหนียว นิยมนำขนมปังฝรั่งเศสมาปรุงอาหารหลายเมนู เช่น มาหั่นเฉียงเป็นแผ่นหนา เพื่อรับประทานคู่กับซุปชนิดต่างๆ นำมาทาเนยสดก็อร่อยไปอีกแบบ หรือจะไส้ใส่ประกบทำเป็นแซนด์วิช


3.ครัวซอง ขนมปังอบให้กลิ่นหอมชุ่มช่ำไปด้วยเนย หัวใจของครัวซองคือการรีดแป้ง แล้วทบเป็นชั้นๆเมื่ออบเสร็จจะได้ครัวซองกรอบนอกนุ่มใน และมีโพรงอากาศแบ่งเป็นชั้นๆ ชาวฝรั่งเศสนิยมรับประทานครัวซองในทุกๆเช้าพร้อมนมหรือกาแฟ


4.คีช เป็นอาหารจานอบที่มีลักษณะเหมือนกับพายแต่ว่าเป็นอาหารคาว มี 3 ส่วนด้วยกันคือส่วนของแป้งเพสตรี้จะทำมาจากแป้ง เนย เกลือ ส่วนของครีมจะใช้ไข่ นม วิปปิ้งครีม และส่วนของไส้ข้างในจะใส่ เนื้อสัตว์ แฮม ผัก เนย


5.ซูเฟล  เป็นขนมเค้ก ความพิเศษของซูเฟลก็คือ เนื้อที่เบา ดูฟูนุ่ม พูนถ้วยดูน่ารับประทาน คนฝรั่งเศสนิยมรับประทานเป็นอาหารว่าง ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งของคาวและของหวาน ควรรับประทานซูเฟลตอนเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เพราะเนื้อเค้กจะยังฟูฟ่องพร้อมส่งกลิ่นหอมๆ


6.ขากบทอดแบบฝรั่งเศส โดยจะนำขากบที่ล้างสะอาดแล้วมาทอดกับเนย กระเทียม พาสลี่ และเหล้าเพอโน ให้ความหอมและความกรอบของขากบ


7.คาเวียร์ เป็นอีกหนึ่งอาหารชั้นเลิศที่ชาวฝรั่งเศสนิยมรับประทาน ลักษณะไข่ปลาคาเวียร์เป็นเม็ดเล็กๆมีตั้งแต่สีดำ เทา เหลือง ขึ้นอยู่กับเกรดของไข่ปลา ถูกจัดวางในภาชนะที่หรูหรา เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างขนมปังปิ้งบางกรอบ  ไข่นกกระทาต้ม  มันฝรั่งต้ม และควรมใช้ช้อนขนาดเล็กที่ทำจากทองคำ กระเบื้องและเปลือกหอยมุกเท่านั้น เพื่อคงรสชาติของคาเวียร์เอาไว้ นอกจากนี้ยังนิยมรับประทานคาเวียร์คู่กับไวน์

วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2556

Les 5 différences entre Tom et Nino

Tom et Nino

Tom et Nino sont très différents

-Tom est  blond et Nino est  brun

-Tom est les yeux bleu et Nino est les yeux marron.

-Tom porte un t-shirt rouge et Nino porte un t-shirt noir.

-Tom porte la montre orange et Nino porte la montre rouge.

-Tom porte des basket brun et Nino porte des basket vert.

-Tom n'a pas une casquette et Nino a une casquette rouge.

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ตราแผ่นดินของเมืองหลวง

Arms of the Kingdom of France (Ancien).svg

France Ancien (ตราของกษัตริย์ฝรั่งเศสยุคโบราณ) ใช้ตราโล่พื้นสีน้ำเงินลายเฟลอร์เดอลีส์สีเหลืองไม่จำกัดจำนวนดอก 

Arms of the Kingdom of France & Navarre (Ancien).svg

France Moderne (ตราของกษัตริย์ฝรั่งเศสยุคโบราณ) ซีกซ้ายใช้ตราลักษณะคล้ายตราโล่เดิม และ ซีกขวาใช้ตราโล่แห่งนาวาร์ (ตราโซ่สีทองบนพื้นโล่สีแดง) ตราโล่แห่งนาวาร์นี้ มีที่มาจากพระเจ้าอองรีที่ 4 ใช้ในสมัย พ.ศ. 1848-1871

Arms of the Kingdom of France (Moderne).svg

France Moderne (ตราของกษัตริย์ฝรั่งเศสยุคใหม่) ใช้ตราลักษณะคล้ายตราโล่เดิม แต่ลดจำนวนเฟลอร์เดอลีส์ลงเหลือเพียง 3 ดอกเท่านั้น ใช้ในสมัย พ.ศ. 1919-2058

Coat of Arms of Kingdom of France.svg

France Moderne (ตราของกษัตริย์ฝรั่งเศสยุคใหม่) ตราอาร์มสีน้ำเงิน ภายในมีดอกเฟลอร์เดอลีส์ 3 ดอก ภายใต้มงกุฎประกอบสายสร้อยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ใช้ในสมัย พ.ศ. 2058-2132

Grand Royal Coat of Arms of France & Navarre.svg

ตราแผ่นดินราชอาณาจักรฝรั่งเศส แสดงภาพตราโล่แห่งนาวาร์ (ตราโซ่สีทองบนพื้นโล่สีแดง) อยู่เคียงกับตราเฟลอร์เดอลีส์สีเหลืองบนพื้นโล่สีน้ำเงิน ตราโล่แห่งนาวาร์นี้ มีที่มาจาก พระเจ้าหลุยส์ที่ 10 และ พระเจ้าชาลส์ที่ 4 ซึ่งเคยเป็นกษัตริย์แห่งแคว้นนาวาร์มาก่อน ใช้ในสมัย พ.ศ. 2132-2332

Emblem of Napoleon Bonaparte.svg

ตราประจำตัวของนโปเลียน โบนาปาร์ต แสดงภาพนกอินทรี ใช้ในสมัย พ.ศ. 2332-2347

Imperial Coat of Arms of France (1804-1815).svg

ตราแผ่นดินจักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 1 แสดงภาพนกอินทรี ใช้ในสมัย พ.ศ. 2347-2357

Grand Royal Coat of Arms of France.svg

ตราแผ่นดินฝรั่งเศส ยุคราชวงศ์บูร์บงฟื้นฟู ประกอบเข้ากับรูปมงกุฎแห่งบูร์บงที่ส่วนบนสุดของตรา ปัจจุบันยังคงใช้เป็นตราของเชื้อสายกษัตริย์ฝรั่งเศสราชวงศ์บูร์บง (สายตรง) ใช้ในสมัย พ.ศ. 2357-2373

Coat of Arms of the July Monarchy (1831-48).svg

ตราแผ่นดินฝรั่งเศสยุคกษัตริย์เดือนกรกฎาคม ใช้ตราประจำพระองค์พระเจ้าหลุยส์-ฟิลิปป์ ใช้ในสมัย พ.ศ. 2373-2391

Coat of Arms Second French Empire (1852–1870).svg

ตราแผ่นดินจักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 2 ใช้ภาพนกอินทรีเช่นเดียวกับยุคจักรวรรดิที่ 1 ใช้ในสมัย พ.ศ. 2395-2413

Francecoatofarms1898-2.png

ตราแผ่นดินอย่างไม่เป็นทางการ ของสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 ลักษณะเป็นตราขวานมัดหวาย (fasces) มีอักษรย่อ "RF" ในช่อใบลอเรลและกิ่งโอ๊กไขว้ ใช้ในสมัย พ.ศ. 2441-2496





วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วัดไทยในประเทศฝรั่งเศส
ทางเข้าวัดประดับธงธรรมจักรและธงไตรรงค์(ไทยและฝรั่งเศส)งามสง่า

         วัดธรรมปทีป ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ธันวาคม 2542 ที่ผ่านมา โดยพุทธสมาคมไทยนานาชาติแห่งประเทศฝรั่งเศส (Association Internationale thai des Bouddhistes en France ) ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 22 rue Alfreed de Musset 77176 Savigny le Temple ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นถูกต้องตามกฎหมายของประเทศฝรั่งเศส ( Vu La loi du 1er juillet 1901 relative au contrat d’association ) ซึ่งว่าด้วยการจัดตั้งสมาคมองค์กรการกุศล โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการของประเทศฝรั่งเศส ( PREFECTURE DE LA SEINE-ET-MARNE ) เมื่อวันที่ 25 janvier 2000 และได้รับการประกาศชื่อสมาคมถูกต้องอย่างเป็นทางการในหนังสือราชการของทางการฝรั่งเศส (JOURNAL OFFICIEL DE LA REPUBLIQUE FRANCAISE ) เมื่อวันที่ 19 Fevrier 2000 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศฝรั่งเศสและภาคพื้นสหภาพยุโรป และมีพระมหาเกรียงไกร ธีรรํสิโก เป็นเจ้าอาวาสและประธานพุทธสมาคมไทยนานาชาติแห่งประเทศฝรั่งเศส โดยต้นทุนในการดำเนินการจัดตั้งวัดนั้น ทางสมาคมฯ ได้จัดงานทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศลซื้อที่ดินสร้างวัดไทยในประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ธันวาคม 2542 ที่ผ่านมาโดยมีวัตุถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ รอบ 72 พรรษา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศฝรั่งเศสของคณะสงฆ์ธรรมยุต และเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธทุกเชื้อชาติ ได้ปัจจัยจำนวน 320,504 ฟรังซ์ (สามแสนสองหมื่นห้าร้อยสี่ฟรังค์ถ้วน ) และได้นำเงินจำนวน 15,000 ฟรังซ์ ( หนึ่งหมื่นห้าพันฟรังค์ถ้วน ) ทูลเกล้า ฯ โดยผ่านสถานเอกอัครราชทูต ปัจจัยส่วนที่เหลือได้นำไปเป็นทุนทรัพย์ในการสร้างวัดต่อไป
ป้ายวัดไทยธรรมปทีปและธรรมจักร

ตัวชาโต้เก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๘ที่ต่อไปจะปรับปรุงเป็นโบสถ์

สถานที่ตั้งของวัดธรรมปทีป
ในปัจจุบัน ทางสมาคมฯ ได้ดำเนินการจัดการเซ็นสัญญาจัดซื้อที่ดินที่ Chateau de Lugny MOISSY CRAMAYEL 77550 มีเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ มีอาคารที่พัก จำนวน หลัง มีรั้วรอบขอบชิดเป็นเอกเทศ อยู่ในเขตเมืองมอสซี่ คามาเยล ห่างจากกรุงปารีสประมาณ 50 กิโลเมตร อาคารที่พัก หลัง มีห้องพัก 50 ห้อง มีอาคารโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ 1 หลัง ห้องเรียน อาคารสำหรับผู้ต้องการฝึกอบรมกัมมัฎฐานหลังมีห้องพัก 10 ห้อง มีศาลาการเปรียญ หลังใหญ่ มีห้องครัวใหญ่ ส่วนหนึ่งของบริเวณวัดเป็นป่าใหญ่

ในวัดมีพระพุทธรูปที่เป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชน

เมื่อเข้ามามองทางซ้ายของประตูทางเข้าจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป

ข้าง ๆ จะเป็นพระประจำวัน

วัตถุประสงค์ของการสร้างวัดธรรมปทีป

1.เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในมหามงคลวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 6 รอบ 72 พรรษา
2.เพื่อเป็นศูนย์กลางในการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศฝรั่งเศสและยุโรปของคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต
3.เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย
4.เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ประเพณี ศิลปะ ภาษา วัฒนธรรมไทยต่างๆ
5.เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนและรัฐบาลฝรั่งเศส ถึงความจำเป็นที่ประชาชนชาวเอเชียต้องมีพระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจ
6.เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานและอำนวยการ ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยเพื่อประโยชน์สุขของชาวพุทธในประเทศฝรั่งเศสและยุโรป
7.เพื่อดำเนินการจัดสร้างวัดอย่างเป็นทางการในประเทศฝรั่งเศส

ทางขวาของประตูทางเข้าจะเป็นที่ประดิษฐานของรูปปั่นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี).

ถัดมาจะเป็นศาลาแดงที่เป็นที่บวดชีพราหมณ์ ซึ่งก็มีพระพุทธรูปที่สวยงามประดิษฐานอยู่เช่นกัน

พระแก้วมรกตองค์จำลองและตู้พระไตรปิฎก

ศาลานี้ยังใช้เป็นที่ปฎิบัติกิจของท่านเจ้าอาวาสด้วย

ด้านนอกจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพรหม

และเจ้าแม่กวนอิม

ศาลาที่ใช้ในการบวชชีพราหมณ์

ในวันสำคัญทางศาสนาและในโอกาสสำคัญ ทางวัดจะจัดให้มีงานบุญ
เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสทำบุญ

ใส่บาตร

ฟังธรรม ฟังเทศน์